Property Insight

ทำความเข้าใจกับประกันภัยอาคาร เรื่องพื้นฐานที่มนุษย์คอนโดต้องรู้

ลาดพร้าว-พหลโยธิน-จตุจักร, สิงหาคม 28, 2561
1808_BlogAug_3_Topbanner_1114x743.jpg

มนุษย์คอนโดหลายคนคงมีคำถามเกี่ยวกับการทำประกันภัยคอนโดว่า ควรทำหรือไม่? และถ้าทำจะต้องทำอย่างไร? สำหรับคำถามแรก ถ้าไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น กับทั้งตัวคุณเอง หรือกับทรัพย์สิน ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด การทำประกันภัยอาคารชุดจะช่วยสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่าง

ส่วนจะต้องทำอย่างไรนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การทำประกันภัยคอนโด ซึ่งเป็นลักษณะของการประกันภัยอาคารชุด มีความแตกต่างจากการทำประกันภัยที่อยู่อาศัยทั่วไปพอสมควร เนื่องจากความหมายของคอนโด หรืออาคารชุด ที่กำหนดโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด คือ

“อาคารที่บุคคลสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์ออกได้เป็นส่วน ๆ โดยแต่ละส่วนประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล และกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินส่วนกลาง”

ดังนั้น กรรมสิทธิ์ของคอนโดมิเนียมจึงแบ่งเป็น 2  ส่วนคือ

1. กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนบุคคล หมายถึง ห้องคอนโดตามที่ระบุไว้ในโฉนด ที่ได้รับจากผู้ประกอบการเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในนั้นจะระบุถึงขนาดของห้องพัก ความกว้างความยาว พื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ หรือที่ดินที่จัดไว้ให้เป็นเจ้าของในแต่ละราย รวมถึงรายละเอียดของสิ่งปลูกสร้าง เช่น ฝ้าเพดาน กระเบื้อง ระเบียง และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่เป็นส่วนตัวของเรา

1808_BlogAug_3_content_960x504-2.jpg

2. ทรัพย์สินส่วนกลาง หมายถึง โครงสร้างตัวอาคารทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ลิฟท์ ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางนี้จะอยู่ในความดูแลของนิติบุคคลอาคารชุด
1808_BlogAug_3_content_960x504-1.jpg

การที่กรรมสิทธ์แยกเป็น 2 ส่วนเช่นนี้ ทำให้เวลาทำประกันภัยคอนโดจึงต้องมีการแยกส่วนในการทำประกัน ในทรัพย์สินส่วนกลาง ทางนิติบุคคลอาคารชุดจะเป็นผู้ทำหน้าที่ทำประกันภัยไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมทำไว้ 2 ประเภท คือ ประกันการเสี่ยงภัยทุกชนิด (All-Risks) ที่จะคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกกรณีที่เกิดกับอาคารและทรัพย์สินส่วนกลาง และประกันความรับผิดชอบต่อสาธารณชน (Public Liability) เป็นการประกันภัยต่อบุคคลภายนอก เช่น กระจกหล่นใส่คนเดินไปมา ซึ่งจะเห็นว่าทั้ง 2 ประเภทการประกันภัยนี้ ไม่รวมไปถึงภายในห้องคอนโดของคุณ หรือถ้ามีการขยายครอบคลุมสำหรับลูกบ้านก็จะเป็นส่วนน้อยมาก

ดังนั้น ถ้าต้องการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตภายในห้องคอนโดคุณโดยเฉพาะ ก็ควรพิจารณาทำประกันภัย ซึ่งหลัก ๆ มีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ การทำประกันบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเติมจากส่วนที่นิติบุคคลทำเอาไว้ แต่อาจไม่ครอบคลุมถึงสิ่งที่เกิดจากห้องคอนโดคุณ และการประกันอัคคีภัย เพื่อเป็นการคุ้มครองทรัพย์สินภายในห้องยามเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมา แต่กรณีที่คุณซื้อคอนโดโดยขอสินเชื่อกับธนาคาร ตามปกติธนาคารจะบังคับให้ทำประกันภัยคอนโด โดยธนาคารจะเป็นผู้รับผลประโยชน์ เพราะธนาคารก็ต้องการที่จะมีหลักประกันความเสี่ยง ซึ่งกรมธรรม์จะคุ้มครองเพียงสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมทรัพย์สินภายในห้องพักคุณ ในกรณีนี้ให้คุณแจ้งกับธนาคารให้คุ้มครองครอบคลุมถึงทรัพย์สินส่วนอื่น ๆ ของคุณด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าทำเบี้ยประกันอีกกรมธรรม์

1808_BlogAug_3_content_960x504-3.jpg

ทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานการทำประกันภัยอาคาร ที่มนุษย์คอนโดควรรู้ แล้วต้องบอกว่า ด้วยความที่คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยม จึงทำให้บริษัทประกันภัยต่าง ๆ พากันออกแพ็คเกจทำประกันภัยคอนโดมาค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งตรงนี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้บริโภค ดังนั้น เมื่อหาข้อมูลและทำความเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว ก็สามารถเลือกประเภทการประกันภัยให้ตรงกับความต้องการคุณได้เลย