Property Insight

ที่ดินย่านสยาม-ราชเทวี มรดกตกทอดสู่ลูกหลาน นอกจากมูลค่าในตลาดแล้ว ยังดีต่อใจมาก ๆ อีกด้วย

ราชเทวี-พญาไท-อนุสาวรีย์, มิถุนายน 20, 2561
1805_BlogJuly_7_Topbanner_1114x743.jpg

หลายคนอาจไม่ทราบว่า ที่ดินย่านสยาม-ราชเทวี ใจกลางกรุงเทพฯ บริเวณอันเป็นที่ตั้งของ Attraction Places ของประเทศไทย อาทิ ศูนย์การค้าสยามสแควร์ แหล่งรวมวัยรุ่น และกระแสเทรนด์ชั้นนำต่าง ๆ , โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันศึกษาอันดับต้นของเมืองไทย, สยามพารากอน ห้างสรรพสินค้าใหญ่อันดับหนึ่งของไทย, โรงแรมชั้นนำ ฯลฯ ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือบุคคลใด หากแต่เป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

1805_BlogJuly_7_content_960x504-1.jpg

ในส่วนของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้น มีที่ดินขนาดใหญ่กระจายตัวครอบคลุมพื้นที่อยู่หลายแปลง อาทิ ที่ดินบริเวณสี่แยกราชเทวี ตามปกติเมื่อหมดสัญญาครบเช่าก็มักจะเปิดการประมูลเป็นคราว ๆ ไป ส่วนทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไล่ยาวจากถนนพระราม 1 จนถึงถนนพระราม 4 มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทาน นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ  มีพระราชประสงค์ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งต่อมาก็คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยแบ่งที่ดินอีกส่วนหนึ่งที่พระราชทานให้ใช้จัดหาผลประโยชน์ เพื่อนำมาปรับปรุงการศึกษา โดยมิต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินแต่เพียงอย่างเดียว ในปัจจุบันการจัดการผลประโยชน์ของทรัพย์สินเป็นหน้าที่ของสำนักจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

1805_BlogJuly_7_content_960x504-2.jpg

จากการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องของทั้งสองเจ้าของพื้นที่ ทำให้ย่านสยาม-ราชเทวี ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งที่มีธุรกิจเติบโตหลากหลาย ทั้งธุรกิจแฟชั่น อาหาร แหล่งช้อปปิ้งสินค้าชั้นนำ โรงเรียนกวดวิชา สำนักงานต่าง ๆ ฯลฯ ยิ่งมีสถานีรถไฟฟ้าสยามเกิดขึ้นมา พื้นที่บริเวณนี้ยิ่งพลุกพล่านคึกคัก มีสถิติบอกไว้ว่าเฉพาะผู้โดยสารที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าก็มากเกินวันละ 50,000 คนแล้ว ดังนั้นไม่เพียงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางจิตใจจากที่มาทางประวัติศาสตร์ ยังเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าสูงด้วย เพราะจากการจัดอันดับมูลค่าที่ดิน ย่านสยาม-ราชเทวี ถือว่ามีราคาประเมินแพงที่สุดในประเทศมาโดยตลอด ปัจจุบันมีราคาสูงถึงตารางวาละกว่า 2 ล้านบาท และนับวันมีแต่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นใครที่มีไว้ครอบครองเพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งต่อเป็นมรดกสู่ลูกหลานได้ดีกว่าทรัพย์สินอื่นใด

และถ้ามองจากโครงการ และไอเดียพัฒนาใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในย่านนี้ อย่างเช่น อุทยานจุฬาฯ 100 ปี สวนสาธารณะขนาด 30 ไร่ ที่ถูกสร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับความตั้งใจที่จะผลักดันให้สามย่านเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม และธุรกิจสตาร์ทอัพของกรุงเทพฯ ไม่ว่าใครก็คงจะประเมินได้ว่าอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้จะมีค่าสูงยิ่งกว่าทองคำ และจะกลายเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่อาศัยมากยิ่งกว่าเดิม

1805_BlogJuly_7_content_960x504-3.jpg

แต่อย่างที่ทราบกันแล้วว่าพื้นที่ย่านนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่ของเอกชน ทำให้การจะซื้อหา หรือขายต่อให้ใครเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นพื้นที่ส่วนไหนที่เป็นของเอกชน สามารถซื้อขายส่งต่อกันได้ ถ้ามีโอกาส ก็ควรค่าแก่การซื้อหามาไว้ในครอบครอง เพื่อเป็นมรดกสู่ลูกหลาน เพราะถือว่าเป็นพื้นที่ที่หาได้ยากมากแล้ว และนับวันก็จะหาไม่ได้อีก มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี จาก MAJOR DEVELOPMENT เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในย่านที่ ทั้งมีคุณค่าทางจิตใจ และมีมูลค่าที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต  มาพร้อมกับการออกแบบที่ผสมผสานอย่างลงตัวของสถาปัตยกรรมแบบคอนเทมโพรารี และการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจากแรงบันดาลใจของชีวิตที่ทันสมัย จนได้เป็นรูปแบบที่เรียกว่า Contem-Minimalism ที่มาตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ นอกจากนั้นยังตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ที่แผ่ร่มเงาเป็นเหมือนกำแพงธรรมชาติป้องกันแสงอาทิตย์ และพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ พร้อมสระว่ายน้ำใจกลางโครงการ ช่วยเพิ่มบรรยากาศความเป็นธรรมชาติแม้ว่าจะอยู่ใจกลางเมือง นับเป็นคุณค่าที่คุณสามารถครอบครอง และส่งต่อเป็นมรดกสู่ลูกหลานได้อย่างภาคภูมิใจ