Lifestyle & Inspiration

หลอดไฟสมัยนี้แค่ประหยัดไฟไม่พอ ต้องถนอมสายตาด้วย

พัฒนาการ, กันยายน 17, 2561
1808_BlogAug_6_Topbanner_1114x743.jpg

ทุกวันนี้คนเราใช้ชีวิตอยู่กับแสงไฟอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะแสงสว่างของหลอดไฟภายในห้อง แสงจากจอคอมพิวเตอร์ จอโทรทัศน์ หรือจากจอสมาร์ทโฟน ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสายตากันแบบเต็ม ๆ โดยจากสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข พบเด็กสายตาสั้นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ระบุว่า เด็กไทยอายุ 3-12 ปี มีภาวะสายตาสั้นผิดปกติประมาณ 6 แสนคน เป็นเหตุให้เด็กไทย 3.5 แสนคนจำเป็นต้องสวมแว่นสายตา อีกทั้งองค์การอนามัยโลกยังคาดการณ์ไว้ว่า ภายในปีพ.ศ. 2593 ทุก 1 ใน 2 คน จะมีปัญหาสายตาสั้น

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับการเลือกใช้หลอดไฟถนอมสายตาเพิ่มเติมขึ้น นอกจากดูเรื่องความสวยงาม และความประหยัดที่จะได้รับ โดยลักษณะหลอดไฟที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสายตาของเราควรเป็นดังนี้

1808_BlogAug_6_content_960x504-1.jpg

1. ไม่มีแสงกระพริบ (Flicker)

แสงกระพริบของหลอดไฟที่เกิดขึ้น จะอยู่ในย่านความถี่ที่ตาเราอาจมองไม่เห็น ยิ่งเป็นหลอดไฟที่ไม่ได้มาตรฐานจะยิ่งมีอัตราสั่นกระพริบสูงกว่า ซึ่งแสงกระพริบนี้จะส่งผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง  ถ้าอยู่ภายใต้แสงไฟเช่นนี้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการมึนศีรษะได้

2. ไม่มีแสงสะท้อนจากวัตถุ (
Stroboscopic Effect)

ซึ่งเป็นลักษณะแสงจากหลอดไฟที่ส่องกระทบวัตถุแล้วสะท้อนกลับเข้าสู่ดวงตา ต่างจาก Flicker ที่แสงจะเข้าสู่ดวงตาโดยตรง แสงสะท้อนจากวัตถุจะเกิดขึ้นเมื่อวัตถุอยู่ภายใต้แสง เคลื่อนที่ด้วยความหน่วง และความถี่สูง ทำให้เมื่อมองวัตถุเป็นเวลานานจะเกิดอาการมึนศีรษะ

1808_BlogAug_6_content_960x504-2.jpg

3. ไม่มีแสงสว่างที่เกินความจำเป็น (Glare)

ค่าความสว่างที่มากเกินไป จะทำให้เกิดการมึนศีรษะและปวดตา ตามมาตรฐานแล้ว ค่าวัดความถูกต้องของแสงสว่างมีค่าตั้งแต่ 0-100 ซึ่งหลอดไฟที่ดีจะต้องให้ค่าแสงที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ หรือแสงจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ดังนั้น หลอดไฟที่เลือกควรมีค่าความถูกต้องของสีอยู่ในระดับ 70-90 ซึ่งให้สีใกล้เคียงกับธรรมชาติและสมจริงที่สุด ทั้งยังเข้าข่ายหลอดไฟถนอมสายตาที่สุดด้วย

1808_BlogAug_6_content_960x504-3.jpg

4. ไม่มีแสงสีฟ้า (Blue Light)

แสงสีฟ้ามีคุณสมบัติยับยั้งการหลั่งสารเมลาโทนิน สามารถทะลุเข้าไปถึงจอประสาทตาได้มากกว่าแสงอื่น ๆ  ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ และส่งผลกระทบต่อดวงตา ในต่างประเทศจึงต้องมีการทดสอบ Blue Light Hazard ของหลอดไฟ LED ก่อนวางจำหน่าย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้หลอดไฟมีผลเสียต่อสุขภาพดวงตา สำหรับประเทศไทยหลอดไฟ LED จะต้องผ่านมาตรฐาน มอก.ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานก่อน

นอกจากข้อหลัก ๆ ด้านบนที่ควรนำไปใช้ในการเลือกดู เพื่อให้ได้หลอดไฟถนอมสายตาสำหรับการใช้งานแล้ว ถ้าคุณเป็นคนรักการอ่าน ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า ถ้าต้องอ่านหนังสือในเวลากลางคืน ควรเลือกโคมไฟที่ไม่มีแสงขาว หรือมีแสงเหลืองมากจนเกินไป เพราะแสงแบบนี้จะรบกวนสายตา ไม่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือ ควรเลือกใช้หลอดตะเกียบที่มีแสงสีนวล (Warm White) หลีกเลี่ยงหลอดไฟที่ให้แสงขาว (Cool Daylight) ที่ให้แสงจ้าเกินไป จะเป็นการถนอมดวงตาของเราให้มีสุขภาพดีไปอีกนาน ๆ