Lifestyle & Inspiration

Check up กันสักนิด คุณเข้าข่ายเป็นโรคเก็บสะสมของ (Hoarding Disorder) รึเปล่า?

จอมเทียน, พฤศจิกายน 16, 2561
181112_MDE_Blog_Nov_Content_2_Top-Banner-1114x743.jpg

เคยไหม? ดูข่าวคนที่ชอบเก็บข้าวของเยอะจนล้นบ้าน แล้วแอบมาคิดหวั่นใจว่า ตัวเราเข้าข่ายเดียวกับคนกลุ่มนี้บ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อมองไปรอบ ๆ ห้องคอนโดที่เริ่มแน่น เต็มไปด้วยข้าวของที่ไม่เป็นสาระ แถมยังไม่อาจตัดใจทิ้งได้เสียอีก

กลุ่มคนที่ชอบเก็บสะสมข้าวของในทางการแพทย์ ถือเป็นอาการทางจิตเวชอย่างหนึ่ง เรียกกันว่า Hoarding Disorder หรือ โรคเก็บสะสมของ โดยเป็นโรคที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวช ในปีพ.ศ. 2556 นี้เอง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ จะรู้สึกอยากเก็บของทุกอย่างไว้ ไม่สามารถตัดใจทิ้งสิ่งไหนลงได้เลย โดยแรงจูงใจที่อยากเก็บของไว้ ก็คือ คิดว่าของเหล่านั้นมีประโยชน์ สามารถเก็บไว้ใช้งานในอนาคตได้ ทั้งผู้ป่วยโรคเก็บสะสมของยังมีปัญหาในการแยกกลุ่มสิ่งของออกจากกัน บางสิ่งก็เก็บมาปะปนกันแบบไม่มีหมวดหมู่ จนรกเต็มบ้านไปหมด จนถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของตนเอง และครอบครัว บางครั้งลุกลามไปสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน ด้วยกลิ่นจากข้าวของที่เป็นขยะเหม็น

ปัจจุบันยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับโรคนี้น้อยมาก แต่พบปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเก็บสะสมของบางประการ เช่น เกิดจากพันธุกรรม เนื่องจากร้อยละ 50 ของคนที่เป็นโรคพบว่า คนในครอบครัวก็เป็นโรคนี้ด้วย อีกหนึ่งปัจจัย ก็คือ ความบกพร่องทางสมองบางส่วน ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการทำวิจัยเพิ่มเติม การศึกษาในต่างประเทศจะพบโรคเก็บสะสมของประมาณ 2-5% ในคนทั่วไป และคนที่เป็น ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนโสด โดยมากจะเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่อาการจะแสดงชัดเจนเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะคนในช่วงวัย 30 ปี ข้าวของจะเริ่มเยอะขึ้น และเริ่มเห็นว่าผู้ป่วยจะไม่ยอมทิ้งอะไรเลย โดยจะเก็บเอาไว้จนรกบ้าน ตรงข้ามกับคนทั่วไปในวัยนี้ ที่จะเริ่มแยกแยะของเพื่อทิ้งและเพื่อเก็บ

181112_MDE_Blog_Nov_Content_2_Content-960-x-504-1.jpg

ถ้าจากที่อ่านมาข้างต้น เริ่มรู้สึกว่าใกล้เคียงกับตัวเอง ลอง Check Up อาการของโรคเก็บสะสมของตามลิสต์ข้างล่างให้แน่ใจกันอีกทีดีกว่า

1. คุณเก็บของไว้มากเกินไปหรือเปล่า แม้ว่าของนั้นจะดูไม่ค่อยมีประโยชน์ หรือมีโอกาสใช้ประโยชน์น้อยมาก
2. คุณมีความยากลำบากในการทำใจที่จะทิ้งของ หรือตัดใจทิ้งของไม่เคยได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากความคิดที่ว่า “ยังอาจจำเป็นต้องใช้” หรือ “อาจจะได้ใช้” หรือทิ้งแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจ เลยไม่ทิ้ง
3. ของที่คุณสะสมมีเยอะมากจนรบกวนการใช้ชีวิต หรือทำให้เกิดอันตราย เช่น วางของเต็มพื้นห้องจนไม่มีทางเดิน, ของท่วมโต๊ะทำงานจนไม่สามารถทำงานได้ หรือของเก็บสะสมเยอะจนทำให้ป่วยบ่อย เป็นต้น
4. คุณมักไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดปกติ มองว่าการเก็บของจนล้นเป็นเรื่องปกติ ที่สมเหตุสมผล แม้ว่าคนอื่น ๆ จะทนไม่ได้ก็ตาม
5. สิ่งที่คุณมักสะสม ก็คือ หนังสือ นิตยสาร เสื้อผ้า ถุงพลาสติก และขวดต่าง ๆ แต่การเก็บของนี้จะเยอะเกินกว่าคนปกติ คือ เก็บจนกองเต็มบ้าน หรือล้นออกมานอกบ้าน ขณะคนปกติที่ของสะสมของบางอย่าง เช่น สะสมหนังสือ จะมีตู้เก็บหนังสือ หรือชั้นวางหนังสืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

181112_MDE_Blog_Nov_Content_2_Content-960-x-504-2.jpg

เป็นอย่างไรบ้าง คุณมีครบทั้ง 5 ข้อนี้หรือไม่... ถ้ามีครบ ก็ค่อนข้างแน่ใจได้ว่า คุณอาจเข้าข่ายผู้ป่วยโรค Hoarding Disorder หรือ โรคเก็บสะสมของ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง เพราะ การเก็บหมักหมมสิ่งของเอาไว้เกินพอดี อาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคได้ และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุภายในบ้านได้ง่าย ทั้งอาจเกิดร่วมกับอาการทางจิตอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า โรคย้ำคิดย้ำทำ โรควิตกกังวล หรือโรคกลัวการเข้าสังคม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยยา ที่จะช่วยปรับสารเคมีในสมองเกี่ยวกับวิธีคิด และยังสามารถรักษาได้ด้วยการบำบัดพฤติกรรม และความคิด เนื่องจากผู้ป่วยจะมีปัญหาเรื่องการแยกประเภท จึงต้องปรับความคิดใหม่ เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ป่วย อาจเป็นการให้เหตุผล และสร้างแรงจูงใจ  ที่สำคัญคือคนรอบข้างต้องให้ความเข้าใจ และคอยให้กำลังใจผู้ป่วย เพื่อผลการรักษาที่ดีขึ้น กระทั่งหายขาดได้ในที่สุด